วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO ) จัดงาน วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก “World Day Against Child labour” 12 มิถุนายน 2556 ซึ่งในงานนี้ทางมูลนิธิฯ พร้อมทั้งสมาชิก เครือข่ายแรงงานนอกระบบหรือ HomeNet Thailand และเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย ประมาณ 60 คน ได้ไปจัดแสดงนิทรรศการและเข้าร่วมในงาน เนื้อหาสำคัญในงานคือ “การต่อต้านการใช้แรงงานเด็กในงานบ้าน” เนื่อหาในงานประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการจากองค์กรด้านแรงงาน การแสดงละครใบ้ของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก การแสดงของเด็กจากศูนย์เด็กเล็กวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดนครปฐม และ เวทีสานเสวนาปัญหาการใช้แรงงานเด็ก
ภายหลังการกล่าวเปิดงานผ่านวีดีทัศน์ โดย รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์แล้ว ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ และ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเด็กจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ Ms.Simrin Singh ได้ ร่วมกันกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลกโดยเน้นว่า ต้อง prevent (ป้องกัน) protect (คุ้มครอง) และ promote (ส่งเสริม) แรงงานเด็กเหล่านี้ ในภาคบ่ายมีการเสวนาเรื่องปัญหาการใช้แรงงานเด็กในงานบ้าน โดยมีคุณพูลทรัพย์ สวนเมือง ตุลาพันธ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ วิทยากรทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นปัญหาการใช้แรงงานเด็กในงานบ้านและแนวทางการร่วมกันผลักดันเพื่อแก้ปัญหา อย่างหลากหลายดังนี้
คุณสมร พาสมบูรณ์ อดีตประธานเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย สะท้อนความรู้สึกเมื่อเป็นแรงงานเด็กทำงานบ้าน เมื่อ สี่สิบปีที่แล้วว่า เพราะครอบครัวมีเศรษฐกิจยากจน เธอต้องดิ้นรนมาทำงานในกรุงเทพเพื่อช่วยครอบครัว ตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยความเป็นเด็ก ที่ยังมีความรับผิดชอบไม่มาก และไม่รู้จักระมัดระวังตัวเอง ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน “ตัวเองนิ้วเกือบขาดเพราะไม่ระวังในการใช้มีด ทำงานบางอย่างได้ไม่ดี ด้วยความไม่รู้และขาดประสบการณ์ หลายครั้งถูกลวนลามแต่ก็ไม่รู้เพราะเป็นเด็ก” คุณสมรบอกว่าเธออยากเเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่ก็ต้องทำงาน ทำให้ไม่มีโอกาสได้ศึกษาและหางานอื่นทำ เธอต้องพัฒนาตนเองจากการทำงานบ้าน โดย เปลี่ยนนายจ้างจากคนไทย มาเป็นคนต่างชาติ มีรายได้มากขึ้น พูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้น สามารส่งน้องเรียนจบปริญญาตรีถึง 3 คน ปัจจุบันทุกคนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี เพราะได้มีโอกาสเรียนสูง ซึ่ง“ตัวเองเสียดายที่ไม่ได้เรียน เพราะต้องมาเป็นแรงงานทำงานบ้านตั้งแต่แป็นเด็กอายุน้อย”
คุณทัตติยา ลิขิตวงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก เล่าถึงสถานการณ์ด้านแรงงานเด็กทำงานบ้านในประเทศไทย ปัจจุบัน เด็กกลุ่มนี้มาจากประเทศเพื่อนบ้าน อายุเฉลี่ยประมาณ 11 ปี ซึ่งมีความไม่ปลอดภัยในการทำงานมาก เพราะขาดความรู้และ มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง ปัจจุบัน มีระเบียบ กฎหมายของรัฐที่ให้ความคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน เช่น กฎกระทรวง ฉบับที่ 14 ออกในปี 2555 คุ้มครองด้านค่าแรงและวันหยุดของลูกจ้างทำงานบ้าน แต่การบังคับใช้กฎหมายนี้ยังมีไม่มาก เพราะลูกจ้างไม่รู้ นายจ้างไม่รู้ หรือ รู้แต่ก็ไม่ปฏิบัติตาม ทำให้ลูกจ้างมิได้รับการคุ้มครองสิทธิ ทำอย่างไร จะให้สังคมรับรู้และร่วมกันคุ้มครองสิทธิลูกจ้างทำงานบ้านมากขึ้น
ดร.ประกายแก้ว รัตนนาคะ กรรมการอำนวยการสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในฐานะนายจ้าง เธอไม่เคยปฏิบัติกับลูกจ้างทำงานบ้าน เหมือนในละครใบ้ หรือ หรือมีเรื่องราวแบบที่คุณสมรเล่า เธอบอกว่าครอบครัวของเธอปฎิบัติต่อลูกจ้างทำงานบ้านเหมือนเป็นลูก หลาน ช่วยเหลือกัน และปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ สิ่งที่ได้รับรู้ ตนเองจะนำไปเผยแพร่ในสภาสตรี ฯ ที่เป็นนายจ้างของลูกจ้างทำงานบ้านกลุ่มใหญ่
คุณเทรุฮิโกะ เซกิคูชิ ผู้อำนายการ.มูลนิธิแรงงานสากลในประเทศไทย ได้นำเสนอประสบการณ์ของ มูลนิธิ ฯที่ทำงานด้าน การจัดการศึกษานอกระบบ ให้กลุ่มผู้หญิงทำงานบ้านในประเทศอินเดีย และเนปาล เพื่อแก้ปัญหาความไม่รู้หนังสือ และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้หญิง ซึ่งโครงการนี้ ทำให้ ผู้หญิง อ่านออกเขียนได้ พัฒนาอาชีพตนเองได้มากขึ้น และครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาว
ข้อเสนอร่วมกันของ การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบลูกจ้างทำงานบ้าน วิทยากรเห็นร่วมกัน ว่า ควรร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งการป้องกัน ปกป้องคุ้มครองสิทธิ และบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติได้จริง การพัฒนาการศึกษา และพัฒนาเศรษฐกิจของครอบครัวจะช่วยลดปัญหา รวมทั้งการสร้างกลไกความร่วมมือจากโครงสร้าง โดยมีทุกภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน นายจ้างลูกจ้าง และตำรวจ มาช่วยกันวางแผนแก้ปัญหาอย่างจริงจังจะทำให้ปัญหานี้หมดจากประเทศไทยได้