โครงการพัฒนาเมืองเพื่อครอบคลุมแรงงานนอกระบบ

โครงการพัฒนาเมืองเพื่อครอบคลุมแรงงานนอกระบบ

หลักการเหตุผล

กระทรวงแรงงานได้ให้คำนิยามแรงงานนอกระบบไว้ว่า ผู้มีงานทำที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง และไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน  จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าในปี 2557 ประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบอยู่สูงถึง 22.1 ล้านคน หรือเป็นร้อยละ 57.6 ของจำนวนแรงงานทั้งหมด 38.4 ล้านคน ขนาดและความสำคัญของเศรษฐกิจภาคนอกระบบนั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเศรษฐกิจภาคในระบบเช่นโรงงานอุตสาหกรรม หรือบริษัทธุรกิจทั่วไป จากการสำรวจของ Friedrich Schneider and Dominik Enste นักวิชาการจากออสเตรียและเยอรมัน พบว่าในปี 2553 ขนาดของเศรษฐกิจภาคนอกระบบของประเทศไทย ช่วงระหว่างปี 2542-2550 นั้นมีมูลค่าถึง 54.7 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product -GDP) แต่จำนวนแรงงานนอกระบบจำนวนมากต้องเผชิญกับการทำงานที่ได้รับค่าแรงน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ มีปัญหาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และถูกกีดกันออกจากระบบประกันสังคมปกติ ซึ่งนายจ้างและภาคอุตสาหกรรมได้อาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาจ้างแรงงานเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตนเอง สถานการณ์เหล่านี้ได้นำไปสู่ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ของแรงงานนอกระบบ

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพเริ่มก่อตั้งในปี 2540 และจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2545 มูลนิธิฯทำงานกับกลุ่มแรงงานนอกระบบอย่างต่อเนื่องในประเด็นต่าง ๆ เช่นส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายแรงงานนอกระบบ รณรงค์ให้สังคมรับรู้และเข้าใจปัญหาและความต้องการของแรงงานนอกระบบ รวมทั้งสนับสนุนให้รัฐบาลพัฒนาการคุ้มครองทางกฎหมายและทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบ  ผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทำให้เครือข่ายแรงงานนอกระบบสามารถรวมตัวกันกันเป็นองค์กรในระบบฐานสมาชิก (Membership-Based Organization) และสามารถจดทะเบียนเป็น สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบได้ในปี 2556 มูลนิธิฯและสมาคมฯได้ร่วมกับนักวิชาการและภาคประชาสังคมอื่น ๆ รณรงค์ทางด้านกฎหมายและนโยบายที่เป็นประโยชน์กับแรงงานนอกระบบอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ  ปี 2545  เกิดกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้สิทธิคนไทยทุกคนที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพได้เข้าถึงการประกันสุขภาพ  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2553  กฎกระทรวงคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านอันมิได้ประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย พ.ศ. 2555  การประกันสังคมตามมาตรา 40

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายต่าง ๆ เป็นไปไม่ดีนักเนื่องจากแรงงานนอกระบบจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและนโยบายดังกล่าว ในขณะเดียวกันองค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งเป็นกลไกภาครัฐที่สำคัญที่จะนำกฎหมายและนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติการ ก็ยังขาดความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ เพื่อให้แรงงานนอกระบบได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย นโยบายของภาครัฐในปัจจุบัน และ สามารถเข้าถึงการพัฒนาจากภาครัฐได้มากขึ้น มูลนิธิฯเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ และ สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบจึงได้พัฒนา โครงการพัฒนาเมืองเพื่อครอบคลุมแรงงานนอกระบบ ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

เป้าหมาย

เพื่อส่งเสริมให้เมืองเป้าหมาย 8 แห่ง มีการพัฒนาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเข้าถึงบริการทางสังคมจากภาครัฐ

วัตถุประสงค์

  • ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรแรงงานนอกระบบเพื่อให้สามารถ นำเสนอปัญหาและความต้องการของตนเองให้ได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น
  • สนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาเมืองที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของแรงงานนอกระบบ ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การพัฒนาสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่งสาธารณะ การจัดทำกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนาอาชีพ มาตรการด้านการคุ้มครองทางสังคม และการกระจายข่าวสารข้อมูลด้านต่าง ๆ เป็นต้น
  • พัฒนาความรู้ความสามารถของแรงงานนอกระบบ ในการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ที่จัดโดยภาครัฐ

ระยะเวลาดำเนินการ  4 ปี  ( เดือนมีนาคม 2559 – เดือนกุมภาพันธ์ 2563 )

กลุ่มเป้าหมาย   แรงงานนอกระบบจำนวน 5,000 คน และข้าราชการท้องถิ่นอย่างน้อย 40 คนจาก 8 เมือง

พื้นที่เป้าหมาย  8 เมือง ประกอบด้วย เชียงราย พะเยา  ขอนแก่น  มหาสารคาม สมุทรสงคราม นครปฐม สงขลา กรุงเทพฯ

ผู้รับผิดชอบโครงการ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ และ สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ

ผู้สนับสนุนงบประมาณ    สหภาพยุโรป  (European Union)

การดำเนินงาน

ปีที่ 1

  • แนะนำโครงการแก่ผู้เกี่ยวข้อง
  • รวบรวมข้อมูลพื้นฐานกลุ่มเป้าหมาย
  • อบรมการจัดตั้งองค์กรในระบบฐานสมาชิกให้แก่แรงงานนอกระบบ
  • จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าในในประเด็นแรงงานนอกระบบรวมทั้งกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวกับแรงงานนอกระบบ
  • จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนการพัฒนาแรงงานนอกระบบของเมืองเป้าหมาย

ปีที่ 2

  • ติดตามให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรแรงงานนอกระบบ
  • อบรมความเป็นผู้นำและความรู้ในการสื่อสารสังคมแก่ผู้นำแรงงานนอกระบบ
  • อบรมผู้นำแรงงานนอกระบบ ด้านการรณรงค์เชิงนโยบายและการเจรจาต่อรอง
  • จัดศึกษาดูงานที่อินเดีย ให้กับตัวแทนหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นและผู้นำแรงงานนอกระบบ
  • จัดพิมพ์คู่มือการคุ้มครองทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบ
  • จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนการพัฒนาแรงงานนอกระบบของเมืองเป้าหมาย

 

ปีที่ 3-4

  • ติดตามให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรแรงงานนอกระบบให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรและการบริการจากภาครัฐในท้องถิ่นได้
  • ส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดเครือข่ายแรงงานนอกระบบจากหลากหลายอาชีพในระดับเมือง
  • สนับสนุนให้เกิดเวทีเจรจาทางนโยบายในระดับเมือง
  • จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนการพัฒนาแรงงานนอกระบบของเมืองเป้าหมาย

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

หลังการดำเนินงานครบ 4 ปีตามแผนงานโครงการคาดหวังว่าจะเกิดผลลัพธ์ดังนี้

  1. เกิดองค์กรแรงงานนอกระบบในแบบองค์กรฐานสมาชิก (Membership based organization) ที่เข้มแข็งในทุกเมืองเป้าหมาย และองค์กรแรงงานนอกระบบในแต่ละเมืองมีสมาชิกอย่างน้อย 800 คน
  2. มีผู้นำกลุ่มแรงงานนอกระบบอย่างน้อย 160 คน หรือ 20 คนจากแต่ละเมืองที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรในระบบฐานสมาชิก และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในกลุ่มและเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาอาชีพ กฎหมายและนโยบาย การสื่อสารสาธารณะ การเจรจาต่อรอง
  3. สถานภาพของแรงงานนอกระบบในแต่ละเมืองได้รับการยกระดับ รวมทั้งการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาเมืองโดยในแต่ละเมืองต้องมีตัวแทนของแรงงานนอกระบบอย่างน้อยสองคนที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย และโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานนอกระบบ
  4. เจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 40 คน จาก 8 เมืองเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจประเด็นแรงงานนอกระบบ รวมทั้งมีประสบการณ์ในการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ
  5. เกิดเครือข่ายแรงงานนอกระบบในระดับเมืองเป้าหมายทุกแห่ง
  6. เกิดเวทีนโยบายระหว่างหน่วยราชการในท้องถิ่นและตัวแทนของเครือข่ายแรงงานนอกระบบในระดับเมืองอย่างน้อยปีละสองครั้งในปีที่ 3 และปีที่ 4 ของโครงการ
  7. มีแรงงานนอกระบบจำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 คนจาก 8 เมืองสามารถเข้าถึงทรัพยากร และการบริการจากภาครัฐ

เจ้าหน้าที่โครงการ ประกอบด้วย

  • นางพูลทรัพย์ สวนเมือง ตุลาพันธุ์            ผู้จัดการโครงการ
  • นางสุนทรี หัตถี  เซ่งกิ่ง                           ผู้ประสานงานภาคอีสาน
  • นางดาวนภา ปัญญาวงศ์                       ผู้ประสานงานภาคเหนือ
  • นางจันทนา เจริญวิริยะภาพ                   ผู้ประสานงานภาคใต้
  • นางสาวกนกนาถ เทพนุภา                     ผู้ประสานงานภาคกลาง
  • นางสาวพุทธิณี โกพัฒน์ตา                     ผู้ประสานงานเขตกรุงเทพมหานคร

คณะกรรมการที่ปรึกษา ประกอบด้วย

  • ศ.มาลี พฤกษ์พงศาวลี               ประธานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ
  • รศ.ศักดิ์ศรี บริบาลบรรพตเขตต์         กรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ
  • นายสมคิด ด้วงเงิน                         นายกสมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ
  • นายชฤทธิ์ มีสิทธ์                        นักกฎหมายแรงงาน
  • รศ.แล วิทยดิลกรัตน์                ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน
  • นส.จุฬาสินี พรหมเผ่า                       นายกเทศบาลเมืองพะเยา
  • นพ. กิติศักดิ์ คณาสวัสดิ์                    นายกเทศบาลเมืองมหาสารคาม