โครงการพัฒนาความมั่นคงด้านอาชีพของแรงงานนอกระบบ

โครงการพัฒนาความมั่นคงด้านอาชีพของแรงงานนอกระบบ

หลักการและเหตุผล

ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คือปี 2559 ประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีการเปิดเสรีด้านการค้า การลงทุน การบริการรวมทั้งตลาดแรงงาน การเปิดเสรีทางด้านการค้า การลงทุนทำให้สินค้าราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถเข้ามาแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตในประเทศ แรงงานนอกระบบในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีรายได้ไม่แน่นอน และยังเข้าไม่ถึง หรือไม่ได้รับการคุ้มครอง สิทธิด้านต่างๆ แรงงานนอกระบบจึงเป็นกลุ่มแรงงานที่จะได้รับผลกระทบด้านรายได้เมื่อมีการเปิดเสรีทางการค้า เนื่องจากราคาสินค้า และค่าแรงของประเทศไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหานี้จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของแรงงานนอกระบบทันที ดังนั้นแรงงานเหล่านี้จึงต้องการการแนะนำช่วยเหลือเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขัน เพิ่มรายได้ให้มากขึ้น รวมทั้งสามารถเข้าถึงระบบการคุ้มครองทางสังคมด้วยอันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

จากข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2553 พบว่ารายได้ของแรงงานนอกระบบเฉลี่ยอยู่ที่ 4,088 บาท ต่อเดือน ในขณะที่แรงงานในระบบมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 10,526 บาทต่อเดือน ปัญหาที่พบคือ ในการทำงานที่มีลักษณะงานเช่นเดียวกันแรงงานนอกระบบจะต้องมีชั่วโมงการทำงานยาวนานกว่าจึงจะมีรายได้เท่ากับแรงงานทั่วไป ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางรายได้ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขาดทักษะการจัดการ และการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรที่จะสนับสนุนได้ ในขณะที่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ขาดการติดต่อประสานงานกับผู้ส่งมอบงาน ไม่มีนโยบายของรัฐในการสนับสนุนส่งเสริม กรณีที่ต้องรับงานผ่านคนกลางหลายชั้นทำให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านได้รับค่าแรงต่ำ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจชุมชนขนาดเล็ก รัฐบาลมีนโยบาย OTOP เพื่อช่วยเหลือด้านการตลาด แต่กลุ่มเหล่านี้ก็ยังขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะการผลิต เทคโนโลยี และการขยายโอกาสการลงทุน เมื่อเวลาผ่านไปบางกลุ่มก็ล้มเลิกไปบางกลุ่มก็กลายเป็นธุรกิจส่วนตัว มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (HomeNet Thailand) ได้ทำกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาแรงงานนอกระบบในประเทศไทยมากว่า 15 ปี มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอาชีพ รายได้ ให้แรงงานนนอกระบบมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาความมั่นคงด้านอาชีพของแรงงานนอกระบบ นำเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รัฐบาลมีการพัฒนานโยบายและแผนปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบต่อไป

เป้าหมาย    แรงงานนอกระบบมีความมั่นคงทางรายได้ เข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งเป็นสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ และได้รับประโยชน์จากการเปิดการค้าเสรีอาเซียน

วัตถุประสงค์

1)  เพื่อสร้างและพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่มีการดำเนินธุรกิจ และการจ้างงานที่เป็นธรรม (Decent Work)

2) เพื่อนำเสนอกรอบนโยบายและการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลที่จูงใจให้นักธุรกิจ/ภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือในการสร้างงาน ผลิตสินค้า และเกิดรูปแบบการทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

3) เพื่อจัดทำข้อมูลและตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาอาชีพของแรงงานนอกระบบและนำไป เผยแพร่และแลกเปลี่ยนกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับชาติและระหว่างประเทศ

กลุ่มเป้าหมาย และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ได้แก่ แรงงานนอกระบบกลุ่มต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายแรงงานนอกระบบจำนวน 20 กลุ่ม สมาชิกจำนวน 5,000 คนในพื้นที่ 4 ภาค คือภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง/กรุงเทพฯ และภาคใต้ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของกลุ่มแรงงานนอกระบบประมาณ 25,000 คน

ระยะเวลาดำเนินการ

1 พฤษภาคม 2556 ถึง 31 เมษายน 2559

ยุทธศาสตร์โครงการ

  • พัฒนารูปแบบการทำธุรกิจที่เป็นธรรม โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ผู้รับงานไปทำที่บ้านและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระจะเน้น การรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพในลักษณะขององค์กร เช่น สหกรณ์ โดยกิจกรรมจะมีการพัฒนาคู่มือการพัฒนาผู้ประกอบการ ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ เช่นการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการธุรกิจ บัญชี ต้นทุน เป็นต้น

สำหรับผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นรายชิ้น  จะเป็นการพัฒนาศักยภาพ ในการรับงานโดยตรงจากผู้ว่าจ้างและผลักดันให้รัฐบาลมีกลไก และนโยบายในการฝึกอบรม พัฒนาฝีมือ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการรับงานจากโรงงานโดยตรง แรงงานจะมีทักษะเพิ่มขึ้นในด้านการผลิต และการจัดการ สามารถเจรจาต่อรองกับนายจ้าง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้น

2)มูลนิธิฯจะขยายและสร้างความร่วมมือกับองค์กรภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างความเข้มแข็งให้กับแรงงานนอกระบบในการพัฒนาทักษะของตนเองไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพ

กิจกรรมที่ดำเนินการ คือ

1) สร้างและพัฒนาคู่มือ /เครื่องมือในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ หลักสูตรจะมีเนื้อหาหลัก 2 เรื่องคือ 1 การตลาด และการกำหนดราคาสินค้า 2 การบริหารจัดการ การจัดทำบัญชีและการเงิน

2) จัดฝึกอบรมทักษะการเป็นผู้ประกอบการให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 15 กลุ่ม

3) ประสานความร่วมมือกับธุรกิจ อุตสาหกรรมและภาคบริการ  รวมถึงหน่วยงานราชการ ได้แก่ กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในการสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายให้ได้รับงานโดยตรงจากนายจ้าง หรือมีช่องทางการตลาดมากขึ้น

4) สนับสนุนการพัฒนารูปแบบการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยการจัดหาพี่เลี้ยงทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนกลุ่มให้มีการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมที่มีการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยการจัดทำข้อมูลพื้นฐานของกลุ่ม จัดทำคู่มือการติดตามผลการทำธุรกิจ( Balance Score Card) และจัดหาทีมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม

5) สนับสนุนเครือข่ายแรงงานนอกระบบให้มีการพัฒนาข้อเสนอเกี่ยวกับความต้องการการพัฒนาความมั่นคงด้านอาชีพ เสนอต่อระดับนโยบาย

6) รณรงค์ผลักดันนโยบายการสร้างงาน และการสร้างรายได้แก่แรงงานนอกระบบในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

7) สรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติและระหว่างประเทศ

8) ติดตามและประเมินผลโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1) มีหลักสูตรและเครื่องมือสำหรับการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

2) ผู้นำในกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 200 คนมีความรู้และทักษะการประกอบการที่มีคุณภาพ

3) 75% ของกลุ่มเป้าหมายมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

4) กลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 15 กลุ่ม มีการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม รวมทั้งมีการสรุปบทเรียนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ สามารถนำเสนอและแลกเปลี่ยนกับผู้ที่เกี่ยวข้องระดับชาติและระหว่างประเทศ

5) รัฐบาลมีการพัฒนานโยบายและแผนปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ

677/6 ซ. ลาดพร้าว 5/1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.  โทร 02-513-9242  02-513-8959

 

————————————————————————————————————